วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก)

ภูทอก ในภาษาอีสาน แปลว่า ภูเขาที่โดดเดี่ยว อยู่ในเขตบ้านคำแคน ตำบลนาสะแบง เป็นภูเขาหินทรายโดดเด่นมองเห็นได้แต่ไกล ประกอบด้วย ภูทอกใหญ่ และภูทอกน้อย แต่ก่อนบริเวณนี้เคยเป็นป่าทึบ มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่มากมาย พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ได้เริ่มเข้ามาจัดตั้งเป็นแหล่งบำเพ็ญเพียร เพื่อให้พุทธศาสนิกชนปฏิบัติธรรม เนื่องจากเป็นสถานที่เงียบสงบ ภูทอกน้อยเป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดภูทอก โดยต้องเดินไปตามสะพานไม้เวียนวนรอบเขาสูงชันจนถึงยอด สะพานไม้สร้างขึ้นด้วยแรงศรัทธาจากเหล่าพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ. 2512 ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 5 ปี บันไดที่ทอดขึ้นสู่ยอดภูทอกนี้เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำสัตบุรุษให้พ้นโลกแห่งโลกียะสู่โลกแห่งโลกุตระหรือโลกแห่งการหลุดพ้นด้วยความเพียรพยายามและมุ่งมั่น ภูทอกยังคงเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและปฏิบัติศาสนกิจของชุมชน ดังนั้นผู้ที่มาเยือนสถานที่แห่งนี้ควรอยู่ในความสงบและเคารพสถานที่ วัดเจติยาคีรีวิหาร (วัดภูทอก) เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่อยู่บนภูทอกธรรมชาติอันสงบเงียบ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพุทธรักษ์ คือการท่องเที่ยวในเชิงการแสวงบุญหรือธรรมจาริก นักท่องเที่ยวจะได้ประโยชน์จากการเที่ยวชมธรรมชาติคือขุนเขาลำเนาไพรและได้ศึกษาพุทธศาสนา ส่วนชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากการจำหน่ายสินค้าและธุรกิจร้านอาหาร แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากวัดไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวหรือแหล่งทัศนาจร หากแต่เป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวทางด้านจิตใจของชาวพุทธเป็นสำคัญ ผู้เข้าเยี่ยมชม-กราบไหว้ควรปฏิบัติตามกฎที่ทางวัดตั้งไว้อย่างเคร่งครัด วัดเจติยาคีรีวิหาร หรือ ภูทอก มีขนาดความสูงโดยวัดจากฐานถึงยอด 460 เมตร มีบันไดเรียงขึ้นตามชั้นต่างๆ 7 ชั้น และฐานชั้นที่ 6 […]

สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ

ในพื้นที่ภาคอีสานมีเพียงจังหวัดเลยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น และมีระดับความสูงเหมาะสมต่อการเกษตรบนที่สูง กรมวิชาการเกษตรจึงมีความคิดที่จะจัดตั้งสถานีทดลองการเกษตรที่สูงขึ้น เพื่อทำการทดลองพันธุ์พืชไม้ดอกเมืองหนาว สำหรับส่งเสริมให้แก่เกษตรกรทำการเพาะปลูก ในปี พ.ศ. 2529 ได้มีการสำรวจบริเวณยอดเขาภูครั่ง อำเภอภูเรือ พบว่ามีความสูงเหมาะสมสำหรับทดลองพันธุ์พืชเมืองหนาว จึงดำเนินการจัดตั้งเป็นสถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือขึ้น สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ เป็นหน่วยงานในสังกัดกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าทดลองไม้ดอกไม้ผลทั้งของเมืองหนาวและพืชสวนของท้องถิ่นที่เหมาะสมต่อสภาพดินฟ้าอากาศและระบบนิเวศน์บนที่สูงของ จ.เลย เพื่อถ่ายทอดผลการศึกษาวิจัยให้เกษตรกรนำไปเพาะปลูกต่อไป ขณะเดียวกันก็เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความงามของแปลงไม้ดอก และรู้จักกับไม้ผลเมืองหนาวหลายชนิด สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ เป็นสถานีทดลองเกษตรที่สูงเพียงแห่งเดียวในภาคอีกสาน มีเนื้อที่กว้างใหญ่ถึง 5,000 ไร่ เปิดดำเนินการแล้ว 1,500 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ 1,375 ไร่ พืชผัก 50 ไร่ ไม้ดอก 50 ไร่ และฝายเก็บน้ำ 25 ไร่ ภายในมีโรงเรือนและแปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาวหลายชนิด ได้แก่ มะคาเดเมีย อโวคาโด ลิ้นจี่ สตรอเบอรี่ และไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ มีทั้งดอกลิลลี่ ลำโพง กุหลาบ หงอนไก่ ดาวเรือง ภายในพื้นที่สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรืองดงามไปด้วยแปลงไม้ดอกและไม้ผลเมืองหนาวนานาชนิดที่กระจายอยู่โดยรอบพื้นที่ ในช่วงฤดูหนาวบรรดาไม้ดอกจะพากันออกดอกบานสะพรั่งรับสายลมหนาว โดยเฉพาะคริสต์มาสสีแดงสดที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของเส้นทางสายนี้ […]

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง

ภูกระดึงเกิดจาก “ภู” + “กระดึง” ภู มาจาก ภูเขา และกระดึง มาจากคำว่า กระดิ่ง ในภาษาพื้นเมืองของจังหวัดเลย ด้วยเหตุนี้ ภูกระดึง จึงอาจแปลได้ว่า ระฆังใหญ่ ชื่อกระดึงนี้มาจากเรื่องเล่าที่ว่าในวันพระ ชาวบ้านมักได้ยินเสียงกระดิ่งหรือระฆังจากภูเขาลูกนี้เสมอ จึงเล่าต่อกันไปว่าเป็นระฆังของพระอินทร์ นอกจากนี้เมื่อขึ้นไปบนยอดเขาบางส่วนหากเดินหนักๆ หรือใช้ไม้กระทุ้งก็จะมีเสียงก้องคล้ายระฆัง ซึ่งเกิดจากโพรงข้างใต้ จึงได้รับการตั้งชื่อว่า “ภูกระดึง” ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2486 และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย เนื่องจากมีธรรมชาติที่สวยงาม ตั้งอยู่ที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตร.กม. (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยที่ราบบนยอดตัดของภูกระดึงมีพื้นที่ประมาณ 60 ตร.กม. (37,500 ไร่) มีลักษณะคล้ายรูใบบอนหรือรูปหัวใจเมื่อมองจากด้านบน มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล และมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นตลอดปี […]

วัดเนรมิตวิปัสสนา

วัดเนรมิตวิปัสสนา ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยพระครูภาวนาวิสุทธิญาน หรือหลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุมโธ เจ้าอาวาสรูปแรก แต่เดิม วัดมีชื่อว่า “วัดหัวนายูง” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดเนรมิตวิปัสสนา” ในปีพ.ศ. 2521 ขณะหลวงพ่อมหาพันธ์ สิลวิสุทโธ พำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดจำปา จังหวัดสุรินทร์ (บ้านเกิด) ท่านได้ปรารภในที่ประชุมสงฆ์ว่า ท่านจะออกธุดงค์เดินทางไปเรื่อยไม่พำนักเป็นหลักแหล่งถาวร แต่ที่ประชุมมีความเห็นพ้องกันว่า หลวงพ่อมีอายุมากเกรงว่าจะได้รับความลำบาก อยากให้ท่านมีที่พำนักถาวร จะได้เป็นที่อาศัยเป็นเนื้อนาบุญแก่ญาติโยมทั้งหลาย ซึ่งหลวงพ่อเองก็เห็นชอบด้วย ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อเป็นประธานออกเดินธุดงค์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ อุบาสก อุบาสิกา ได้เดินทางไปพำนักอยู่ที่พระธาตุศรีสองรัก อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระหว่างนั้นหลวงพ่อได้ตัดสินใจหาสถานที่เป็นหลักแหล่งมั่นคงถาวร โดยเลือกเอาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติซึ่งถูกชาวบ้านบุกรุกเพื่อทำไร่เผาถ่านจนมีลักษณะเป็นที่โล่งเตียน เหมือนภูเขาหัวโล้น ที่เรียกว่า ภูเปือย ซึ่งทางวัดได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยได้ เมื่อตั้งวัดขึ้นจึงได้ปลูกป่าอนุรักษ์ให้คงสภาพเดิมมากที่สุด เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2522 หลวงพ่อและคณะได้ปักกลดอยู่ ณ ที่ตั้งวัด พร้อมกับเร่งดำเนินการปลูกสร้างที่พักอาศัยชั่วคราวขึ้น จากนั้นจึงทำการปรับพื้นที่ ปลูกสร้างถาวรวัตถุ และในปีพ.ศ. 2529 […]

วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม (ผาน้ำย้อย)

เดิมชื่อวัดผาน้ำย้อย เนื่องจากบริเวณที่ตั้งวัดแต่ก่อนเป็นป่าดงดิบที่สวยงามตามธรรมชาติ มีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่ มีหน้าผาสูงชัน และมีน้ำตกไหลหยดย้อยตลอดเวลาทั้งปีคล้ายกับน้ำตกจากชายคา เมื่อชาวบ้านเจ็บป่วยก็จะนำน้ำนี้ไปดื่มกินเพื่อรักษาโรคตามความเชื่อ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ได้ชื่อวัดโดยสมบูรณ์ว่า “วัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วนาราม” ต่อมาสภาพป่าถูกทำลาย มีผู้ลักลอบตัดไม้ขาย บางกลุ่มก็เข้าไปทำลายเพื่อเข้าไปอาศัยอยู่ ทางราชการได้พยายาม หาวิธีปราบปรามด้วยวิธีต่างๆ ต่อมาได้พิจารณาเห็นความสำคัญของพุทธศาสนาว่า เป็นที่รวมจิตใจของประชาชนได้ สอนให้คนเป็นคนดี มีความรักหมู่รักคณะ เสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอัน จะนำความสงบมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ บ้านเมืองได้ ดังนั้นในปี พ.ศ. 2517 น.อ.ประสิทธิ์ ทองใบใหญ่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ในสมัยนั้น จึงได้กราบนิมนต์ท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร วัดประชาคมวนาราม ต.ศรีสมเด็จ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อให้ท่านพิจารณาตั้งวัดเป็นการถาวรขึ้น ซึ่งตามแนวปฏิบัติของท่าน พระอาจารย์ศรี มหาวีโร ท่านได้ปฏิบัติเคร่งครัดในธุดงควัตร และการปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ อันเป็นเหตุผลให้ความตรึงเครียดทางด้านการเมือง การก่อการร้ายลดลง และหมดไปในที่สุด เสนาสนะและสิ่งสำคัญ เริ่มพัฒนาปี พ.ศ. 2517-2546 สร้างอ่าง เหมืองฝายเก็บกักน้ำขนาดใหญ่จำนวน 3 แห่ง ข้างล่าง 2 แห่ง […]

จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม

ปีพ.ศ. 2531 จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม เริ่มจากการเป็นแหล่งผลิตไข่ไหมจำหน่ายให้สมาชิกเกษตรกรเพื่อรับซื้อรังสดในการผลิตเส้นไหม และเป็นพื้นที่ปลูกหม่อนอันเป็นอาหารหลักของหนอนไหม บนพื้นที่ 600 ไร่ ในตำบลตะขบ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และในปีพ.ศ. 2544 ได้เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปีละครั้งช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เพื่อให้บุคคลทั่วไปได้มีโอกาสสัมผัสและเรียนรู้ประสบการณ์ด้านการเกษตร พร้อมเรียนรู้วงจรชีวิตของหนอนไหม ต่อมาในปีพ.ศ. 2550 จิม ทอมป์สันได้ริเริ่มนำบ้านอีสาน อันเป็นสถาปัตยกรรมไทยอีสานที่เป็นเอกลักษณ์มารวบรวมไว้บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ อาทิ บ้านโคราช บ้านภูไท และเรือนเหย้า ใน “หมู่บ้านอีสาน” มีการจำลองวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี การละเล่น อาหารการกิน และการประกอบอาชีพของชาวบ้านในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความเป็นอยู่ของชาวอีสานอันเรียบง่ายและพอเพียง และในปี พ.ศ. 2551 ได้เพิ่ม “หมู่บ้านโคราช” ในบริเวณใกล้เคียง เพื่อเป็นการสะท้อนสถาปัตยกรรมอันหลากหลายของภาคอีสานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ปี พ.ศ. 2552 ริเริ่มโครงการ อาร์ต ออน ฟาร์ม อันเป็นผลงานจากความร่วมมือระหว่างหอศิลป์บ้านจิม ทอมป์สัน และจิม ทอมป์ […]

ทุ่งดอกกระเจียว

ทุ่งดอกกระเจียว เกิดจากดอกกระเจียวป่าที่ขึ้นอย่างหนาแน่น บานเป็นสีชมพูอมม่วง ตัดกับสีเขียวของลำต้นก้านใบและยอดหญ้าทีขึ้นมาแซม กลายเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่สวยงามไปทั่วผืนป่าในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนไปจนถึงเดือนสิงหาคม ของทุกปี พบมากที่สุดบริเวณเทือกเขาพังเหย กระเจียวแถบเทือกเขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ นี้มีชื่อแท้จริงว่าบัวสวรรค์ (Curcuma alismatifolia) เป็นคนละพันธุ์กับกระเจียวชนิดอื่น แต่จัดอยู่ในตระกูลเดียวกัน พบมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ และอีกที่ คือ อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ พบว่ามีทุ่งกระเจียว สวยไม่แพ้กันซ่อนอยู่ สีสดงดงามและดอกใหญ่กว่า โดยเฉพาะวันที่สายหมอกปกคลุมให้ภาพสวยงามน่าอัศจรรย์ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มี 3 ทุ่งด้วยกัน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฏาคม ดอกกระเจียวจะบานเต็มทุ่ง สามารถเดินชมดอกกระเจียวที่แข่งกันชูช่ออย่างงดงามตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และหากมาชมในช่วงเช้า ก็อาจได้พบกับสายหมอกที่พัดความเย็นมา เพิ่มบรรยากาศในการชมธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำทางเดินยกระดับ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเหยียบบนพื้นดินโดยตรง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนธรรมชาติ แต่ในบริเวณทุ่งดอกกระเจียวทุ่งที่ 1 ได้จัดบริเวณให้ถ่ายรูปที่ระลึก ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่อนุญาตให้ลงไปในทุ่งกระเจียวได้ แต่เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น อุทยานแห่งชาติไทรทอง ส่วนทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติิไทรทอง จะออกดอกสวยงามเต็มทุ่งในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกลางเดือนสิงหาคม มีทั้งดอกสีชมพูและดอกสีขาว อยู่บริเวณสันเขาพังเหยด้านทิศตะวันตก มีทั้งหมด […]

ทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

ทุ่งกะมัง เป็นทุ่งที่เกิดจากการทำลายป่าของชาวบ้าน ที่ขึ้นไปบุกรุกป่าธรรมชาติเพื่อปลูกพืชและตั้งหลักแหล่ง จนผืนป่าถูกทำลาย สัตว์ป่าถูกล่า โดยเฉพาะกระซู่ ที่เป็นสัตว์ป่าสงวนที่หายากมาก ได้ถูกล่าไปแล้วถึง 3 ตัว ในบริเวณทุ่งกะมัง เกิดเป็นข่าวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2513 นำไปสู่การประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ในปีพ.ศ. 2515 พร้อมทั้งอพยพราษฎรออกจากเขตพื้นที่ไป สิ่งที่หลงเหลือคือทุ่งกว้างไม่เหลือเค้าสภาพของป่าทึบให้เห็นอีกต่อไป ความที่เป็นทุ่งโล่งมีภูเขาล้อมรอบมองดูเหมือนชามหรือกาละมัง จึงถูกขนานนามว่า “ทุ่งกะมัง” เมื่อปี พ.ศ. 2526 และ พ.ศ. 2535 โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ทุ่งกะมัง จังหวัดชัยภูมิ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนถิ่นในบริเวณนี้ เช่น เก้ง กวาง กระจง และนกต่างๆ มีการจัดทำดินโป่งในบริเวณทุ่งกะมังเพื่อให้สัตว์มากินดินโป่ง และเผาแปลงทุ่งหญ้าเพื่อให้เกิดหญ้าระบัด*เป็นอาหารของเก้ง กวางในช่วงฤดูแล้ง บนยอดเนินเหนือบริเวณทุ่งกะมัง มีพระตำหนักที่ประทับอยู่เหนืออ่างน้ำ (*ในสภาพพื้นที่ป่าทุ่งหญ้าโดยทั่วไป หากต้นหญ้าที่มีอยู่แก่และต้นสูง สัตว์กินพืชทั้งหลาย เช่น เก้ง กวาง จะไม่ค่อยกิน เนื่องจากลำต้นจะแข็ง มีไฟเบอร์มาก และมีคุณค่าทางอาหารน้อย การจัดการทุ่งหญ้าโดยใช้วิธีการชิงเผาเพื่อให้หญ้าระบัดเป็นวิธีหนึ่งในการจัดการทุ่งหญ้าเพื่อให้เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ป่า เมื่อหญ้าอ่อนระบัดจะมีสัตว์กินพืชเข้ามาใช้พื้นที่เป็นจำนวนมาก […]

อุทยานแห่งชาติไทรทอง

เนื่องจากบริเวณที่ดินป่าเทือกเขาพังเหย และป่านายางกลัก จังหวัดชัยภูมิ ประกอบไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญและมีค่า เช่น พันธุ์ไม้ ของป่า สัตว์ป่านานาชนิด ตลอดจนทิวทัศน์ ป่า และภูเขาที่สวยงามยิ่ง เช่น น้ำตกไทรทอง ทุ่งบัวสวรรค์ ฯลฯ สมควรกำหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินป่าเทือกเขาพังเหย และป่านายางกลัก ในท้องที่ตำบลท่าใหญ่ ตำบลถ้ำวัวแดง อำเภอหนองบัวแดง ตำบลบ้านเจียง ตำบลเจาทอง ตำบลวังทอง กิ่งอำเภอภักดีชุมพล อำเภอหนองบัวแดง ตำบลห้วยแย้ ตำบลวังตะเฆ่ อำเภอหนองบัวระเหว และตำบลโป่งนก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 109 ตอนที่ 126 ลงวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2535 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 77 ของประเทศไทย อุทยานแห่งชาติไทรทอง อยู่ในท้องที่อำเภอหนองบัวระเหว อำเภอเทพสถิต อำเภอภักดีชุมพล และอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ […]

วัดหนองแวง

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และเป็นที่ประดิษฐานของพระมหาธาตุแก่นนคร วัดหนองแวง เดิมชื่อวัดเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2332 พร้อมกับวัดกลางและวัดธาตุ โดยท้าวเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนแรก ณ บ้านบึงบอน (บึงแก่นนคร) ต่อมา พ.ศ.2354 ท้าวจามมุตร ท้ายเพียเมืองแพน เจ้าเมืองคนที่ 2 ได้ย้ายเมืองไปอยู่บ้านดอนพันชาติ เขตเมืองมหาสารคาม (บ้านโนนเมือง ตำบลแพง อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม) บ้านบึงบอนจึงกลายเป็นเมืองเก่าตั้งแต่นั้นมา วัดหนองแวงได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2442 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาครั้งสุดท้าย เมื่อ พ.ศ. 2527 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร เคยได้รับรางวัลเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง ปี พ.ศ. 2524 และเป็นวัดพัฒนาดีเด่น ปี พ.ศ. 2526 และได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะขึ้นเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ในปี พ.ศ.2527 ส่วนพระมหาธาตุแก่นนคร […]